วิตามินเอ กินง่าย ได้ประโยชน์

0 Comment

วิตามินเอ (Vitamin A) เป็นวิตามินที่สำคัญ ต้องสำหรับการเติบโตและก็การทำงานในทุกส่วนของร่างกาย อีกทั้งช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

ดูแลในเรื่องของผิวพรรณ ดีต่อเยื่อบุในไส้ กระเพาะปัสสาวะ ดีต่อการมองเห็น และมีส่วนช่วยสำหรับในการเติบโตของเซลล์ด้วย แต่สิ่งจำเป็นเป็นร่างกายเราไม่สามารถสร้างวิตามินเอขึ้นมาเองได้ ก็เลยจำเป็นที่จะต้องได้รับวิตามินเอผ่านการรับประทานอาหารในทุกวัน
มัน มัน มีรสหวาน อร่อย และอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ทั้งเส้นใย ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม วิตามินซี และแน่นอนว่าอัดแน่นไปด้วยวิตามินเอที่จึงควรต่อร่างกาย โดยมันขนาดกลางหนึ่งหัว จะให้ วิตามินเอ ต่อร่างกายสูงถึง 900 ไมโครกรัมอย่างยิ่งจริงๆ
ผักโขมลวกหรือต้ม การกินผักใบเขียว นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีด้วยเหตุว่าในผักนั้นเต็มไปด้วยทั้งยังธาตุแล้วก็วิตามินจะต้องสำหรับร่างกาย ในผักโขมก็เหมือนกัน มีทั้งแคลเซียม แมกนีเซียม มีแคลอรี่ที่ต่ำ อุดมไปด้วยวิตามินเค และวิตามินเอ โดยการกิน ผักโขมต้มสุก 1 ถ้วย จะได้รับปริมาณของ วิตามินเอ ราว 943 ไมโครกรัม ซึ่งเพียงพอต่อความอยากได้ตลอดทั้งวัน
ฟักทองบัตเตอร์นัท (Butternut Squash) หรือ ฟักทองน้ำเต้า ผักในเครือพี่น้อง Squash หรือผักเชื้อสาย ฟักทอง เป็นผักที่มีวิตามินเอสูง แต่ฟักทองบัตเตอร์นัท จัดว่าเป็นพืชญาติพี่น้องฟักทองที่ให้วิตามินเอมากที่สุด เว้นเสียแต่วิตามินเอแล้ว ฟักทองบัตเตอร์นัท ก็ยังให้โพแทสเซียม แคลเซียม แล้วก็วิตามินซีในปริมาณสูง ที่สำคัญเป็นแคลอรี่ต่ำ ซึ่งดีสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักด้วย
แคนตาลูป ผลไม้สารพัดประโยชน์อย่างแคนตาลูป นำไปทำน้ำผลไม้ก็ได้ กินสดก็อร่อย ใส่เป็นของเคียงในขนมหวานก็ยิ่งดีใหญ่ บอกได้ว่าแคนตาลูปลูกเดียว แม้กระนั้นใช้ประโยชน์ผลในด้านที่ดีในเรื่องความอร่อยได้หลายทางจริงๆซึ่งนอกจากจะอร่อยและกินได้หลายแบบแล้ว แคนตาลูป ก็ยังเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินเอสูงอีกด้วย โดยแคนตาลูป 1 ถ้วย จะให้ วิตามินเอ 270 ไมโครกรัม และก็ยังได้ทั้งโพแทสเซียม แมกนีเซียม และวิตามินซีอีกด้วย
พริกหยวกสีแดง พริกหยวกสีแดง เป็นผักที่ให้แคลอรี่ต่ำ พริกหยวกแดงหนึ่งลูกให้พลังงานเพียง 37 แคลอรี่เท่านั้น การกินพริกหยวกแดง 1 ผลจะให้ วิตามินเอ อยู่ที่ 187 ไมโครกรัม
พายฟักทอง หากเป็นคนถูกอกถูกใจของหวาน แล้วก็อยากได้ทานอาหารหวานที่ได้ผลดีกับร่างกายล่ะก็ อย่าลืมนึกถึงพายฟักทอง เนื่องจากในฟักทองที่เป็นวัตถุดิบของพายนั้น มีเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) สารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะสาร ลูทีน (Lutein) และก็ ซีแซนทิน (Zeaxanthin) ที่มีส่วนช่วยในการแลเห็น และแน่นอนว่าแล้วก็วิตามินเอด้วย
ถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่อาจจะสร้าง วิตามินเอ ได้เอง หากแม้เราสามารถเพิ่มปริมาณวิตามินเอได้ผ่านการกินของกิน หมั่นกินผักและผลไม้หลากสี และก็เนื้อสัตว์ให้ครบถ้วน เพื่อที่ร่างกายจะได้เต็มเปี่ยมไปทั้งยังพลังงานรวมทั้งสารอาหาร พร้อมที่จะเติบโตแล้วก็สุขภาพดีได้ในวันแล้ววันเล่า